ข่าวประชาสัมพันธ์

อบจ.นราธิวาส เน้นย้ำ รพ.สต. ต้องเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง พร้อมเดินหน้าดูแลการบริหารจัดการให้ได้ตามมาตรฐาน
อบจ.นราธิวาส เน้นย้ำ รพ.สต. ต้องเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง พร้อมเดินหน้าดูแลการบริหารจัดการให้ได้ตามมาตรฐาน

วันนี้ ( 5 สิงหาคม 2568 ) นายกูเซ็ง ยะวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส มอบหมายให้นายอิสสันต์ บินยูโซ๊ะ เลขานุการนายก อบจ.นราธิวาส ลงพื้นที่บ้านสูแก ตำบลโล๊ะจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามภารกิจ “เคาะประตูบ้านเยี่ยมกลุ่มเปราะบาง” ของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โละจูด ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญด้านสุขภาพขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส ที่มุ่งเน้นการเข้าถึงและดูแลสุขภาพของกลุ่มเปราะบาง ทั้งกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการถึงบ้านอย่างใกล้ชิด

ในวันนี้คณะผู้บริหาร อบจ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งเสริมสุขภาพร่วมกับทีมสหวิชาชีพ รพ.สต.โละจูด อ.แว้ง ลงพื้นที่เพื่อให้คำแนะนำเรื่องการใช้ยา การฟื้นฟูสมรรถภาพ รวมถึงให้กำลังใจแก่ครอบครัวของนางสือเลาะ ดอเลาะ อายุ 80 ปี ที่บ้านเลขที่ 32/2 ม.5 ต.โละจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส เป็นผู้ป่วยติดเตียงซึ่งไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้

ทั้งนี้นายอิสสันต์ บินยูโซ๊ะ เลขายุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่าอบจ.นราธิวาสให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล เช่น ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกล ติดแนวชายแดน และมีประชาชนในพื้นที่เข้ามาใช้บริการมาก มีการเน้นย้ำให้ รพ.สต. ต้องดำเนินงานควบคู่กับการให้บริการ ณ ที่ตั้ง คือการลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มเปราะบาง คอยให้การช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ ตลอดจนนำกายอุปกรณ์จาก “ศูนย์ปันสุข” เข้าช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

ขณะที่ด้านนางแวเยาะ วาเย็ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโละจูด กล่าวว่า ปัจจุบัน รพ.สต.ได้รับการถ่ายโอนจากกระทรวงสาธารณสุขมายัง อบจ.นราธิวาส และได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงาน ปีนี้ได้รับงบ 1 ล้านบาท ซึ่งช่วยให้การบริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ครอบคลุมทั้งการรักษา ฟื้นฟู และส่งเสริมสุขภาพในทุกกลุ่มวัย รวมถึงบริการแพทย์แผนไทย และกิจกรรมสร้างสุขภาวะในชุมชน
นางแวเยาะ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า การถ่ายโอนครั้งนี้ทำให้กระบวนการทำงานมีความคล่องตัวปัญหามากขึ้น ปัญหาต่าง ๆ สามารถเสนอถึงผู้บริหาร อบจ.นราธิวาส ได้โดยตรง และได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญให้บุคลากรตั้งใจพัฒนางานให้มีคุณภาพ และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้มากที่สุด พร้อมย้ำว่า การดูแลสุขภาพไม่ใช่หน้าที่ของบุคลากรสาธารณสุขเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องได้ความร่วมมือของทุกคนในชุมชนตลอดจนหน่วยงานต้นสังกัดด้วย

ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง